ผีหลอก

posted on 22 Jan 2008 08:34 by zero2b1
"คุณเคยโดนผีหลอกบ้างมั๊ย" อันนี้เป็นคำถามที่เอาไว้ถามคนอ่าน 
แต่ผมก็เป็นคนนึงหล่ะที่เคยโดนผีหลอก
.....มา...ผมจะเล่าให้คุณฟัง
    มีนา 2533ผมเข้ามาเรียนต่อ ป.6ที่กรุงเทพ 
โดยฝากตัวเป็นเด็กวัดที่วัดภคินีนาถ วรวิหาร อยู่แถวๆ
เชิงสะพานกรุงธน ซอยเดียวกับโรงแรมริเวอร์ไซด์
มาเป็นลูกศิษย์ของหลวงตาที่เคยนับถือ  แต่วัดนี้น่ะ
                            ..เป็นวัดที่รับฌาปนกิจศพ(เผาศพ)
และในสมัยนั้นมีศาลาสวดอยู่ 4 ศาลา และกุฏิของหลวงตา
เป็นสำนักงานณาปนกิจ
มีศาลาอยู่ในรั้ว 2 ศาลา  ดังนั้นเด็กวัดที่มาอยู่วัดนี้
จะมีงานพิเศษทำเป็นอาชีพคือ    สัปเหร่อ
ไปโดยปริยาย
     ตอนเริ่มงานใหม่ๆผมยังตัวเล็กอยู่เขาก็เลยให้ทำงาน
ประเภทเบาๆก่อน 
ยังยกโลงไม่ไหวก็จัดศาลา เตรียมอุปกรณ์ต่างๆจับแขนศพ
จัดท่าทางสำหรับรดน้ำศพ ช่วยมัดตราสัง มาเรื่อยๆจากเด็กตอนอยู่
บ้านนอกกลัวผีขนาดที่ว่าไกล้าขึ้นบ้านชั้นบน
ตอนกลางวัน พอเจอแบบนี้เข้าบ่อยๆก็  เลยชินไปเลย
    แต่...คืนหนึ่ง(ประมาณ ม.1) หลังจากเสร็จจากงานศพ
ที่ศาลาติดกับกุฏิ หลับแล้วว..
ขณะที่กำลังหลับสบายยย...เหมือนๆว่าจะครึ่งหลับครึ่งตื่น 
กำลังนอนตะแคงขวา
ก็ต้องสะดุ้งตื่นเนื่องจากมีความรู้สึกว่า มี"ตีน"คนเปล่าๆใหญ่ๆมาเหยีบที่ขาซ้าย
ไม่แรงหรอก      
แต่แม่...ง..เย็นอิ๋บอ๋าย

ไอ้เราเลยสะดุ้งดีดตัวขึ้นมา..ความรู้สึกมันยังเย็นอยู่เลย 
เลยมองผ่าความมืดไปดูพัดลม
ที่ตั้งอยู่ปลายเตียง..เออ  มันก็ไม่ได้ล้มมาโดนตีนกุนี่หว่า ..
ก็เลยหันไปมองเพื่อนที่อยู่มุ้งติดกัน
เอ...ถ้ามันมาเหยีบจิงเราก็ต้องเห็นตอนสะดุ้งตื่นเดะ  เ
ลยออกไปเขย่ามันดู....หลับสนิท
ในใจก็คิดว่าหลวงตาน่าจะมาแกล้งมั้งเพราะ
ท่านชอบตื่นจากจำวัดประมาณตี 5
 แต่นี่มันตี 2 เลยไปดูท่านจากทางหน้าต่างห้อง...ท่านหลับสนิทเช่นกัน..
   เท่านั้นแหละขี้ขึ้นหมองเลย.หันไปทางศา,และยกมือขึ้นไหว้สักหนึ่งที่
เเละรีบวิ่งขึ้นเตียง
และมุดมุ้งอย่างไว  ไม่อยากที่จะก้มมองลงดูใต้เตียงเลย 
ไหว้เตียงที่เรานอนอีกทีนึง
และห่มผ้าห่มแต่ไม่ลืมที่จะห่มคลุมเท้าเพราะ
กลัวไอ้ความรู้สึกเย็นๆที่มันแผ่เข้ามาอีก...
คือคิดว่าถ้ามีผ้าห่มกั้นมันก็คงไม่รู้สึกเย็นยะเยือกอย่างนั้น
(ซึ่งต่อมากลายเป็นนิสัย ว่าถ้าไม่มีผ้าห่มคลุมเท้านี่
จะนอนไม่ค่อยหลับ)

แต่หลังจากนั้นมาผมก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนั้นอีกเลย
(คงเพราะว่าห่มผ้าที่เท้ามั้ง)
และก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แปลกๆภายในวัดเลย
 รึว่ามีแต่เราไม่รู้สึกว่าแปลกก็ได้

 

edit @ 22 Jan 2008 09:10:48 by ^o^..oh""ha""yo

หัวใจ

posted on 07 Aug 2006 22:30 by zero2b1

า ง ที เ ร า ก็ คิ ด น ะ . . ว่ า อ วั ย ว ะ ใ น ร่ า ง ก า ย ที่ มี 2 ชิ้ น

จ ะ อ ยู่ ซ้ า ย - ข ว า อ ย่ า ง

แ ข น , ข า , ลู ก ก ะ ต า ทำ น อ ง นั้ น . .

แ ล้ ว ที่ มี ชิ้ น เ ดี ย ว . . ก็ แ ส ด ง ค ว า ม โ ด ด ข อ ง มั น

อ ย่ า ง จ มู ก , ส ะ ดื อ ก็ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง . . ป ร ะ ม า ณ นั้ น

แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ? ?

บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด ว่ า . . ที่ เ ป็ น งั้ น ก็ เ พ ร า ะ

ใ ค ร บ า ง ค น อ ย า ก เ ตื อ น ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า . .


หั ว ใ จ เ ร า ไ ม่ ห นั ก แ น่ น พ อ จ ะ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง

แ ล้ ว ก็ ไ ม่ มี ม า ก พ อ จ ะ แ บ่ ง เ ป็ น ส อ ง ด้ ว ย เ ห มื อ น กั น

ก็แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง มี ข้ า ง เ ดี ย ว

เ พ ร าะ ที่ หั ว ใ จ เ รามี ข้ า ง เ ดี ย ว

เพื่อ ทำ ให้ เ ร า ต้ อ ง ค้น หา หัว ใจ อีก ดวง มา อยู่ เป็น คู่ ไง
_________________

ความรัก....
สามารถให้อภัยได้เสมอ
หากคนใดคนหนึ่งทำอะไรผิดพลาดไป...
อีกคนก็พร้อมจะให้อภัยได้
แต่คนผิดพลาดที่ได้รับการยกโทษให้แล้ว
ต้องระมัดระวังตัวเองและคิดถึงการที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง
ให้ดีขึ้นไม่ให้ทำผิดซ้ำอีก
แม้จะรู้ว่า...หากทำผิดอีกก็จะได้รับการยกโทษให้อีกก็ตาม
ต้องไม่ลืมว่า...
ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด
เหมือนดินสอที่ช่างเขียน
เขียนทุกอย่างโดยไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง และเขียนผิดซ้ำๆ
ยางลบก็ต้องตามไปลบความผิดให้อยู่เสมอๆ
จริงอยู่ที่ยางลบอาจจะลบได้
แต่ก็ไม่ใช่ว่ารอยดินสอจะหายไปจากกระดาษในทันที
ร่องรอยดินสอจางๆก็เหมือนจุดเล็กๆในใจ
ที่ยากจะลบให้สนิท
และ...ที่สำคัญ
ยางลบที่ลบบ่อยๆ ก็มีวันหมดก้อน
หัวใจที่ให้อภัยบ่อยๆ ก็มีวันหมดใจ